NongPets

อเมริกันช็อตแฮร์ (American Shorthair) น้องแมวเฟรนด์ลี่ ตัวอ้วนกลม

เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากับน้องแมวพันธุ์นี้กันมาแล้ว น้องแมวพันธุ์อเมริกันขนสั้น หรือที่ใครๆเรียกกันในชื่อ อเมริกันช็อตแฮร์ ในประเทศไทยบ้านเราก็มีคนเลี้ยงเยอะอยู่พอสมควร ด้วยรูปร่างอ้วนกลมป้อม ตัวหนาๆกอดฟัดเต็มไม้เต็มมือ แถมยังนิสัยขี้อ้อน เลี้ยงง่าย สุขุม  บวกกับร่างกายที่มีสีและลายเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เหล่าทาสแมวหรือคนที่ได้เห็นตกหลุมรักได้ไม่ยาก

NongPets จะพาไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยง การดูแล และต้นกำเนิดของน้องอเมริกันช็อตแฮร์ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ให้ทุกคนได้เข้าใจและสามารถเลี้ยงเจ้าแมวอ้วนกลมนี้ได้อย่างถูกต้อง 

ประวัติความเป็นมาของอเมริกันช็อตแฮร์

ผู้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาในสหรัฐอเมริกาพร้อมกับนำน้องแมวอเมริกันช็อตแฮร์ขึ้นมาบนเรือด้วย ตอนอยู่บนเรือน้องทำหน้าที่จับหนู เมื่อขึ้นมาอยู่บนฝั่ง ผู้คนเหล่านั้นก็เริ่มตั้งถิ่นฐานที่เมืองเจมส์ทาวน์ ในรัฐเวอร์จิเนียร์ ส่วนน้องก็มีหน้าที่กำจัดหนูและนกที่อยู่ตามบ้านเรือนหรือฟาร์ม บางคนก็ไปที่ดินแดนใหม่พร้อมนำน้องแมวไปด้วย 

ในช่วงศตวรรษที่ 19 การแสดงโชว์แมวเริ่มเป็นที่นิยมและ Domestic shorthair (ชื่อดั้งเดิมที่ใช้เรียกน้องในตอนนั้น)  ถูกนำไปแสดงอยู่ข้างๆกับแมวพันธุ์ดี ผู้เพาะพันธุ์จึงนำมาพัฒนาสายพันธุ์ จนเกิดเป็นลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดในน้องอเมริกันช็อตแฮร์ในปัจจุบัน 

ในปี 1966 น้องถูกตั้งชื่อว่า “อเมริกันช็อตแฮร์” เพื่อให้มีความแตกต่างจากแมวขนสั้นประเภทต่างๆ  ในปัจจุบันน้องได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 8 จากการจัดอันดับของ Cat Fanciers Association

ลักษณะของอเมริกันช็อตแฮร์

ลักษณะทางกายภาพ

  • น้ำหนัก:  2 – 6 กิโลกรัม
  • ความสูง: 20 – 25  เซนติเมตร
  • ขน: ขนสั้น หนาและแน่น 
  • สีขน: มีสีและลายกว่า 80 แบบ เช่น สีเดียวกันทั้งตัว(solid), สีน้ำตาลลายแถบเข้ม(tabby), หลากสี(calico), กระดองเต่า(tortoiseshell) สีที่ได้รับความนิยม คือ silver classic tabby pattern 
  • ลักษณะเด่น: ตัวหนา กลมป้อมและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มีหัวโตและแก้มอิ่มเต็มทำให้ดูน่ารัก หูขนาดกลางปลายค่อนข้างมน ตาโต
  • ช่วงชีวิต: มีอายุประมาณ 15 – 20 ปี 

นิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

น้องมีนิสัยขี้อ้อน เป็นมิตร สุขุมและเลี้ยงง่าย สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวของคนเลี้ยงได้ ทำให้น้องเป็นเพื่อนตัวน้อยที่น่ารักสำหรับทุกคน น้องจะไม่ต้องการความรักตลอดเวลา แต่น้องก็ชอบที่จะได้อยู่ใกล้กับเจ้าของเสมอๆและชอบถูกกอด เวลาที่น้องอยากให้เราสนใจก็อาจจะมากัดเบาๆแค่ให้เราหันไปมอง นอกจากนี้น้องเป็นแมวที่ชอบเข้าสังคม ถ้ามีแขกมาที่บ้านน้องจะไม่ใช่แมวประเภทที่วิ่งไปหลบ น้องค่อนข้างแอคทีฟและชอบเล่นแต่ก็ไม่ได้มากเกินไปนัก

น้องอเมริกันช็อตแฮร์เชี่ยวชาญในการสร้างความบันเทิงให้กับตัวเอง แต่น้องก็ชอบเล่นอะไรที่ท้าทาย อย่างการไล่ล่า เช่น ของเล่นคล้ายๆเบ็ดตกปลาที่มีตุ๊กตาล่ออยู่ตรงปลาย หรือ ให้น้องเล่นหาขนมที่ซ่อนอยู่ในของเล่นปริศนา น้องมีความเฉลียวฉลาด สามารถฝึกได้ และพร้อมจะเรียนรู้ นอกจากนี้น้องสามารถอยู่ร่วมกับกลุ่มสัตว์อื่นๆได้ รวมทั้งสุนัขด้วย    

วิธีการเลี้ยงและดูแลอเมริกันช็อตแฮร์

  • การดูแลขนของน้องอเมริกันช็อตแฮร์นั้นง่ายๆ เพียงแค่หวีขนด้วยหวีสแตนเลสหรือแปรงยางอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อนำเส้นขนที่ตายแล้วออกไปและทำให้น้ำมันตามผิวหนังกระจายไปทั่วๆ ซึ่งความหนาของขนและปริมาณขนที่ร่วงจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและช่วงเวลา
  • เช็ดหัวตาให้น้องด้วยผ้านุ่มชุบน้ำเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก โดยตาแต่ละข้างให้ใช้ผ้าคนละส่วนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการติดโรค 
  • คอยเช็คหูน้อง อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ถ้าดูสกปรกให้ใช้สำลีก้อนหรือผ้านุ่มชุบน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูหมักกับน้ำอุ่นในสัดส่วน 50:50 เช็ดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้สำลีก้านเพราะอาจจะทำอันตรายกับหูชั้นในได้
  • น้องชอบกินอาหาร ทำให้น้องอาจจะน้ำหนักเกินได้ง่ายๆ เพื่อป้องกันน้องอ้วนเกินไป เราควรตวงอาหารก่อนให้น้องแทนการตักให้แบบตามใจ
  • ดูแลห้องน้ำของน้องให้สะอาดเรียบร้อย น้องแมวจะจู้จี้เป็นพิเศษกับความสะอาดของห้องน้ำ และห้องน้ำที่สกปรกอาจทำให้น้องหันไปขับถ่ายตามส่วนต่างๆในบ้านแทน
  • ควรให้น้องอยู่ในบ้านเพื่อป้องกันน้องจากโรคติดต่อที่มากับแมวตัวอื่น, การถูกสุนัขกัด, โดนคนขโมย หรือการถูกรถชน และการให้น้องอยู่ในบ้านยังช่วยปกป้องนกและสัตว์ตัวเล็กๆนอกบ้านให้ปลอดภัยจากทักษะการล่าอันเก่งกาจของน้องด้วย 
  • อาหารของอเมริกันช็อตแฮร์

น้องอเมริกันช็อตแฮร์มีเชื้อสายของสัตว์ในตระกูลแมวอย่างเสือและสิงโต อาหารการกินของน้องจึงไม่เหมือนกับมนุษย์และสุนัข ผู้เลี้ยงจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ อาหารที่น้องอเมริกันช็อตแฮร์กินนั้นเป็นไขมันและโปรตีนแทบจะทั้งหมด ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืชและสัตว์อย่างมนุษย์ ที่สามารถกินได้ทั้งผักและผลไม้

น้องไม่เหมือนสุนัขที่สามารถกินอาหารหลากหลายเหมือนมนุษย์แล้วไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะการเอาอาหารสุนัขให้น้องกิน จะทำให้น้องได้รับปริมาณคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป อาจถึงขั้นทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ ถ้าให้ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน น้องอเมริกันช็อตแฮร์ไม่ควรกินคาร์โบไฮเดรตเพราะน้องไม่สามารถย่อยได้ อีกทั้งยังทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวที่จะนำไปสู่ภาวะอ้วนเกินไป ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง   

เราสามารถไปปรึกษาสัตวแพทย์ได้ว่าอาหารแบบไหนที่แนะนำ จากนั้นก็นำมาให้น้องลองกิน ถ้าน้องกินและไม่มีอาการท้องอืดในภายหลัง ก็ถือว่าอาหารอันนั้นโอเค แต่ถ้าน้องไม่ชอบอาหารที่เราซื้อมาให้ก็อาจต้องเปลี่ยนยี่ห้อ โดยต้องอ่านฉลากและดูสารอาหารให้เหมาะสม แต่ถ้าน้องมีอาการไม่อยากอาหาร อาจจะมีความเสี่ยงเป็นโรคตับและเสียชีวิตได้ อย่าเปลี่ยนอาหารน้องแบบทันที ให้ค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหารใหม่แทนอาหารเก่าทีละเล็กทีละน้อย ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ จะช่วยป้องกันน้องไม่กินอาหารและลดความเสี่ยงของอาการปั่นป่วนในช่องท้องได้

ปริมาณอาหารที่น้องต้องการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น น้องทำหมันหรือไม่ได้ทำหมัน, น้องอยู่แค่ในบ้านหรือได้ออกไปวิ่งเล่นในสนาม เป็นต้น วิธีการที่ดีที่สุดก็คือควรไปปรึกษาสัตวแพทย์ทั้งเรื่องอาหารและการดูแลน้ำหนักตัวของน้อง เมื่อได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมแล้วก็ควรทำตาม ซึ่งปริมาณอาหารอาจจะดูน้อยไปสำหรับบางคนแต่มันจะช่วยให้น้องมีน้ำหนักเหมาะสม 

น้องชอบกินอาหารมื้อเล็กๆหรือขนมระหว่างวัน ดังนั้นอย่าเทอาหารทิ้งไว้เยอะๆเพราะน้องจะเวียนกินทั้งวัน ให้เทไว้ครึ่งหนึ่งในตอนเช้าและอีกครึ่งหนึ่งตอนเย็น ไม่ควรให้ขนมน้องบ่อยเกินไป และหลีกเลี่ยงการให้น้องกินขนมเยอะๆเพื่อทดแทนอาหารหลัก

สุขภาพของอเมริกันช็อตแฮร์

น้องอเมริกันช็อตแฮร์ปกตินั้นแข็งแรงและสุขภาพดี แต่มีปัญหาสุขภาพอยู่อย่างหนึ่งที่มักเกิดกับสายพันธุ์นี้ คือ hypertrophic cardiomyopathy (HCM) หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว เกิดจากการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลต่อการคลายตัวของหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายลดลง และมีแนวโน้มที่จะเกิดจากกรรมพันธุ์ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงจะช่วยยืนยันโรคนี้ได้

อเมริกันช็อตแฮร์กับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

น้องอเมริกันช็อตแฮร์ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและน้องหมาที่เข้ากับแมวได้ น้องแมวชอบที่จะได้รับความสนใจจากเด็กที่เล่นกับน้องอย่างอ่อนโยน และสามารถอยู่กับน้องหมาได้ ถ้าน้องหมาไม่ก่อกวน น้องมีทักษะในการล่าก็จริง แต่ก็สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับนกหรือสัตว์เล็กๆในบ้านได้ถ้าน้องคุ้นเคยและรู้จักมาตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว แต่ถ้าเราไม่ค่อยไว้ใจน้องและกลัวเกิดปัญหาตามมา ก็อย่าปล่อยให้น้องอยู่ด้วยกันตามลำพัง ควรให้แยกกันอยู่

Leave a Comment

Show Buttons
Hide Buttons