อิงลิช บูลด็อก น้องหมาหน้าย่น เฟรนด์ลี่ รักเด็ก

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินกับชื่อสุนัขพันธุ์นี้สักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าได้เห็นหน้าน้องแล้ว หลายคนเป็นต้องร้องอ๋ออกันแน่นอน น้องหมาหน้าตากวนๆ ตัวเตี้ย อารมณ์ดี ร่าเริง และยังมีพละกำลังเกินตัว สุนัขที่ว่านี้ นั่นก็คือ อิงลิช บูลด็อกนั่นเอง เจ้าตูบแสนรู้นี้ยังมีประวัติความเป็นมาที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะไม่ใช่น้อยเลย 

วันนี้ NongPets จะพามาทำความรู้จักกับเจ้าอิงลิช บูลด็อก ไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัย วิธีการเลี้ยงและดูแลน้องอย่างถูกวิธี ตลอดรวมจนไปถึงเรื่องสุขภาพของน้อง ใครที่คิดว่าจะเลี้ยงน้องหรืออยากทำความรู้จักกับน้องให้มากขึ้น ลองมาอ่านบทความนี้ดูกัน

ต้นกำเนิดของอิงลิช บูลด็อก

อิงลิช บูลด็อก เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์ปั๊กและมาสทีฟ ขึ้นชื่อว่าอิงลิช บูลด็อกแล้ว ต้นกำเนิดก็ต้องมาจากประเทศอังกฤษแน่นอน อิงลิข บูลด็อกในอดีตนั้นต่างกับปัจจุบัน บรรพบุรุษของพวกเขา มีลักษณะตัวสูงใหญ่และมีน้ำหนักเยอะกว่า เป็นเพราะว่าพวกเขาถูกใช้ในกีฬาที่ต้องต่อสู้และใช้กำลัง ในระหว่างยุคกลางตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ไปจนถึงกลางศตวรรษที่ 19 เกมส์กีฬานี้เรียกว่า Bull-Baiting โดยมีกติกาคือ ให้สุนัขโจมตีต่อสู้ และกัดวัวกระทิงโดยไม่ปล่อยจนกว่าวัวกระทิงจะล้มลง แต่ในปี ค.ศ.1835 เกมส์กีฬาชนิดนี้เป็นสิ่งผิดกฎหมายของประเทศอังกฤษ  จึงทำให้อิงลิช บลูด็อกได้รับความนิยมน้อยลง 

แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังชื่นชอบในความแข็งแกร่ง และพละกำลังของสุนัขพันธุ์นี้อยู่ จึงมีการเพาะพันธุ์สุนัขเพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ อีกทั้งยังมีการปรับแต่งพันธุกรรมให้ดุร้ายน้อยลง ทำให้มีนิสัย น่ารัก อ่อนโยนและเชื่อฟังมากยิ่งขึ้น ด้วยนิสัยเหล่านี้ทำให้อิงลิช บูลด็อก กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง 

นอกจากนี้ อิงลิช บูลด็อก ยังได้รับเกียรติให้เป็นสุนัขประจำชาติของอังกฤษ โดยได้รับเกียรตินี้เมื่อปี ค.ศ.1864 เพราะเห็นถึงความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี และความเป็นนักสู้ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆของสุนัขพันธุ์นี้นั้นเอง 

ลักษณะของอิงลิช บูลด็อก

ลักษณะทางกายภาพ

  • น้ำหนัก:  เพศผู้ 25 กิโลกรัม, เพศเมีย 18 กิโลกรัม
  • ความสูง: เพศผู้ 12-15 เซนติเมตร, เพศเมีย 12-15 เซนติเมตร
  • ขน: ขนมีลักษณะตรง สั้น เรียบและลื่นนุ่ม 
  • สีขน: สีแดง สีขาว สีเหลือง หรือสามสีนี้ผสมกัน
  • ลักษณะเด่น: ลำตัวเตี้ย มีน้ำหนักมาก ตัวหนา และมีไหล่กว้าง ทำให้ลำตัวของน้องอยู่ใกล้กับพื้น ผิวที่หัวและคอนุ่ม หย่อนยาน หน้าย่นมีริ้วรอย
  • ช่วงชีวิต: มีอายุประมาณ 8-12 ปี 

นิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

อุปนิสัยของอิงลิซ บูลด็อกแท้ที่จริงแล้ว น้องเป็นหมาที่มีความร่าเริง ตลก อามรมณ์ดี มีความอดทนสูง อีกทั้งน้องยังขึ้นชื่อว่าเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ เชื่อฟังคำสั่งต่อเจ้าของมาก เพราะน้องต้องการให้เจ้าของมีความสุขมากที่สุด 

และนิสัยที่เด่นๆอีกเรื่องคือ น้องเป็นมิตร อ่อนโยนต่อเด็ก รักเด็ก และมีความเฟรนด์ลี่ต่อสัตว์ตัวอื่นๆและคนแปลกหน้า  น้องเหมาะสำหรับครอบครัว และเลี้ยงในบ้าน เป็นเพื่อนเล่นให้ลูกๆได้ แต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงน้องให้เฝ้าบ้าน น้องคงจะไม่เหมาะกับงานนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะด้วยนิสัยเฟรนด์ลี่กับทุกคน แม้แต่คนแปลกหน้า น้องยังเป็นหมารักความสงบ ไม่ค่อยเห่า อาจมีเห่าบ้างเล็กน้อย จึงไม่ไปรบกวนเพื่อนบ้านแน่นอน นิสัยที่แปลกอย่างหนึ่งของน้องก็คือ น้องเป็นหมาที่ชอบกรน ใครที่พาน้องมานอนด้วย และเป็นคนหูไว ก็อาจจะสะดุ้งตื่นได้

ลี่ต่อสัตว์ตัวอื่นๆและคนแปลกหน้า  น้องเหมาะสำหรับครอบครัว และเลี้ยงในบ้าน เป็นเพื่อนเล่นให้ลูกๆได้ แต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงน้องให้เฝ้าบ้าน น้องคงจะไม่เหมาะกับงานนี้สักเท่าไหร่นัก เพราะด้วยนิสัยเฟรนด์ลี่กับทุกคน แม้แต่คนแปลกหน้า น้องยังเป็นหมารักความสงบ ไม่ค่อยเห่า อาจมีเห่าบ้างเล็กน้อย จึงไม่ไปรบกวนเพื่อนบ้านแน่นอน นิสัยที่แปลกอย่างหนึ่งของน้องก็คือ น้องเป็นหมาที่ชอบกรน ใครที่พาน้องมานอนด้วย และเป็นคนหูไว ก็อาจจะสะดุ้งตื่นได้

การจะเลี้ยงน้องให้เติบโตแบบสมบูรณ์นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างเรื่องการฝึกฝนให้น้องเชื่อฟังคำสั่ง และการเข้าสังคม หากน้องได้รับการฝึกเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่เด็กๆ จะทำให้น้องมีนิสัยที่น่ารัก ขี้เล่น อ่อนโยน เข้ากับผู้อื่นได้ดี

วิธีการเลี้ยงและดูแลอิงลิช บูลด็อก

เจ้าอิงลิช บูลด็อก เป็นหมาที่ร่าเริง  และอัธยาศัยดี การฝึกและเลี้ยงดูน้องอาจจะยากสักหน่อยในช่วงแรก แต่ถ้าได้ฝึกและเรียนรู้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับน้องอีกต่อไป ถ้าหากเรารู้นิสัย และวิธีการเลี้ยงน้องแบบถูกวิธี น้องก็จะเจริญเติบโตแบบสุขภาพดี และแข็งแรง วันนี้ NongPets จะมาแนะนำวิธีการเลี้ยงดู วิถีการกิน ตลอดจนสุขภาพของอิงลิช บูลด็อก

วิธีการเลี้ยงดู

เจ้าหมาอิงลิซ บลูด็อก เป็นน้องหมาที่เหมาะไว้เลี้ยงในบ้าน คอนโด หรือ อพาร์ทเมนท์เพราะน้องไม่ต้องการพื้นที่มากนัก แค่พื้นที่เพียงเล็กน้อยสำหรับการเล่นเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น เพราะหลังจากน้องเล่นได้ 15 นาที น้องก็รู้สึกเหนื่อยพร้อมที่จะงีบหลับแล้ว น้องเป็นหมาที่ไม่ต้องการออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ถ้าอยากให้น้องทำกิจกกรรม การพาไปเดินเล่นสั้นๆตามหน้าบ้านก็ช่วยได้แล้ว

ด้วยลักษณะกายภาพของอิงลิซ บูลด็อก ที่มีจมูกและปากที่สั้น และมีกรามยื่นต่ำออกมาด้านนอก ทำให้น้องอาจหายใจฟืดฟาดและกรนได้ น้องยังไม่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะระบบหายใจจะทำงานไม่ปกติและกระจายความร้อนได้ไม่ดี จึงทำให้น้องไวต่อแดดโดยเฉพาะ ถ้าหากน้องอยู่ในสภาพที่ร้อนจัดเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตน้องได้  น้องควรอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศหรือห้องที่ระบายความร้อนได้ดี

น้องหมาสายพันธุ์อื่นๆอาจจะชอบเล่นน้ำ แต่สำหรับอิงลิซ บลูด็อกนั้นขอโบกอุ้งเท้าบ๊ายบาย น้องไม่เหมาะกับการว่ายน้ำเลย เพราะน้องมีขนาดหัวที่โตมากอาจทำให้ตัวน้องจมลงไปได้ เพราะฉะนั้นเจ้าของควรระมัดระวังให้ดี ไม่ให้เจ้าอิงลิช บูลด็อกเข้าใกล้สะน้ำหรือพลัดตกลงไป 

การฝึกน้องให้เชื่อฟังคำสั่งอาจจะใช้เป็นเกมส์สนุกๆและมีรางวัลเป็นขนมหรือคำชม ผ่านการฝึกซ้ำๆน้องก็สามารถเรียนรู้คำสั่งของคุณได้อย่างรวดเร็ว

อาหารของอิงลิช บูลด็อก

เจ้าหมาอิงลิซ บลูด็อก เป็นหมาง่ายๆ กินง่าย กินอาหารเม็ดได้ แต่ควรสลับกับอาหารปรุงสุกเป็นบางครั้ง  คุณภาพของอาหารก็มีผลต่อตัวของน้องเอง เพราะยิ่งอาหารดีขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยบำรุงน้องของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น 

ผู้เลี้ยงไม่ควรปล่อยให้เจ้าอิงลิช บูลด็อกน้ำหนักเกินหรืออ้วนเกินไปเพราะจะผลต่าร่างกายของน้องเอง ควรให้อาหารวันละ 2 ครั้งต่อวัน ไม่ควรให้อาหารปริมาณมากในครั้งเดียว

ปริมาณอาหารที่แนะนำ: ควรให้อาหารเม็ดปริมาณ 1/2 ถึง 2 ถ้วยตวง วันละสองมื้อ และปริมาณอาหารยังขึ้นอยู่กับขนาด, อายุ และกิจกรรมที่ใช้ในแต่ละวัน 

วิธีดูแลรักษาอิงลิช บูลด็อก

การดูแลรักษาความสะอาด

อาบน้ำให้น้องอาทิตย์ละครั้ง – สองครั้งก็พอแล้ว และใช้ผ้าเช็ดใบหน้าด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆที่รอยเหี่ยวย่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หลังจากที่ทำความสะอาดริ้วรอย ให้ใช้ปิโตรเลียมเจลลี่(วาสลีน) ทำความสะอาดที่จมูกของน้องเพื่อป้องกันไม่ให้แห้งและเป็นขุย

ควรแปรงฟันให้น้อง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบหินปูนและแบคทีเรียในช่องปาก การแปรงฟันให้น้องทุกวัน ก็สามารถช่วยป้องกันโรคเหงือกและกลิ่นปากได้ 

การตัดแต่งเล็บ ควรตัดเล็บให้น้องเดือนละ 1-2 ครั้ง และควรระมัดระวังการตัดเล็บให้น้อง เพราะน้องอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ให้ความร่วมมือในครั้งต่อ

การดูแลรักษาขนของอิิงลิช บูลด็อก

แปรงขนให้น้องอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ด้วยแปรงแบบ bristle brush หากเจ้าของสามารถแปรงขนให้น้องมากกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะสามาถรจะช่วยลดปริมาณเส้นขนที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ของคุณได้

สุขภาพของอิงลิซบลูด็อก

อิงลิช บูฃด็อก มีจมูกและปากที่สั้นสามารถนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยปัญหาที่เกี่ยวกับจมูก ดวงตา ฟัน และระบบหายใจ แต่โดยปกติแล้วอิงลิช บูลด็อก เป็นหมาที่สุขภาพดี โรคที่จะกล่าวดังต่อไปนี้อาจเกิดขึ้นกับน้องได้ ผู้เลี้ยงควรศึกษาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับน้องหมาที่เรารัก

  1. Cherry Eye โรคต่อมของหนังตาที่สามยื่นโพล่ออกมาผิดปกติ
  2. Dry Eye โรคแผลหลุมที่กระจกตาในสุนัข
  3. Entropion โรคหนังตาม้วนเข้าในสุนัข 
  4. Inverted Or Reverse Sneezing  หายใจเข้าออกอย่างรุนแรง รวดเร็ว 
  5. Brachycephalic Syndrome การอุดตันที่ทางเดินหายใจ
  6. Head Shakesโรคคอกระตุก
  7. Demodicosis โรคขี้เรื้อนเปียก
  8. Hip Dysplasia โรคข้อสะโพกเสื่อม
  9. Tail Problems โรคสุนัขกัดหางตัวเอง 
  10. Patellar luxation โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข

อิงลิช บูลด็อกกับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

อิงลิซบลูด็อกเป็นหมาที่เป็นมิตรและอารมณ์ดี ทำให้เข้ากับเด็กๆได้ง่าย แม้แต่เด็กเล็กๆ ถึงแม้ว่าน้องจะชอบเล่นกับเด็กมากแค่ไหน แต่ถ้าจู่ๆน้องมีอารมณ์เบื่อขึ้นมา น้องก็เดินหนีไปแบบไม่สนใจใครเลย 

น้องยังสามารถเข้าได้ดีกับกับสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวตัวอื่นๆ แต่น้องก็อาจจะเข้าได้ไม่ดีกับสุนัขแปลกหน้าสักเท่าไหร่ น้องต้องการฝึกเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็กๆ เพื่อที่โตมาจะได้เป็นน้องหมาที่ความฉลาดรอบรู้และสามารถเข้าสังคมได้

อิงลิช บูลด็อกเป็นหมาที่เหมาะจะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก เพราะน้องจะเป็นเพื่อนเล่นและสัตว์เลี้ยงที่ดี ถึงแม้ว่าน้องจะเป็นหมาที่เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย ผู้เลี้ยงควรคำนึงถึงเรื่องสุขภาพของน้องด้วย เพราะด้วยร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยต่ออะไรหลายๆอย่าง ผู้เลี้ยงควรดูแลเอาใจใส่ และมีควาพร้อมที่จะเลี้ยงน้องได้

Leave a Reply

Show Buttons
Hide Buttons