อาหารแมว

7 อาหารแมวสุขภาพดียอดฮิต และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้ออาหารแมว

เชื่อว่าแมวของหลายๆคนต่างก็มีนิสัยแตกต่างกันออกไปบางตัวก็กินง่ายอยู่ง่าย บางตัวซื้ออาหารมาให้ก็ไม่เคยถูกใจ บางตัวก็ขี้เบื่อ แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของก็ต้องพยายามหาให้เจอว่าแมวที่บ้านชอบกินอาหารแบบไหนมากที่สุด เพื่อให้น้องสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสุขภาพดีและมีความสุข

ในบทความนี้จะกล่าวถึงประเภทของอาหารแมวและสิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลือกซื้ออาหารแมว และแนะนำ 7 อันดับอาหารแมวที่เป็นที่นิยมมากที่สุด เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้ออาหารที่ถูกปาก ถูกใจ ได้คุณภาพ และเหมาะกับแมวเหมียวที่บ้าน

สินค้าแนะนำจากเรา

This image has an empty alt attribute; its file name is Screen-Shot-2563-04-20-at-4.08.52-PM.pngอาหารเม็ด Royal Canin Fit
คลิ๊กสั่งซื้อที่ Lazada
This image has an empty alt attribute; its file name is 21f9e3992e48f0665b194fdfe9171e54-1024x1024.jpegอาหารเม็ดเกรดพรีเมียม Gourmet Golden
คลิ๊กสั่งซื้อที่ Lazada
This image has an empty alt attribute; its file name is Screen-Shot-2563-05-11-at-4.55.28-PM.pngอาหารเปียก WHISKAS
คลิ๊กสั่งซื้อที่ Lazada

ประเภทของอาหารแมว

1. อาหารเม็ด

หรือที่เรียกว่าอาหารแห้ง  จะมีความชุ่มชื้นในอาหารประมาณ 6 – 10% แตกต่างกันไปในแต่ละสูตร เป็นการนำวัตถุดิบต่างๆมาผสมกันแล้วนำไปอัดรีด  จากนั้นตัดให้มีขนาดพอดีคำและอบแห้ง ส่วนมากนิยมเคลือบด้วยตัวเพิ่มรสชาติ เช่น ไขมันสัตว์ เพื่อทำให้อาหารน่ากินยิ่งขึ้น

ข้อดี

  • ราคาไม่สูง 
  • เก็บไว้ได้นาน
  • สะดวกสบาย สามารถตวงปริมาณและตักให้แมวได้ง่าย
  • ให้พลังงานสูง
  • สามารถตักทิ้งไว้ในชามให้แมวกินได้ทั้งวันโดยที่ไม่เน่าเสีย
  • ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก การกัดแทะอาหารเม็ดรูปทรงต่างๆจะเป็นการช่วยขัดฟัน นอกจากนั้นอาหารเม็ดบางสูตรยังใส่สารที่ช่วยลดการก่อตัวของหินปูน

ข้อเสีย

  • หากซื้ออาหารถุงใหญ่เกินไป เมื่อเปิดถุงแล้วอากาศจะเข้าไปด้านใน ทำให้สารอาหารบางตัวถูกทำลายได้
  • อาหารเม็ดสามารถมีลักษณะแห้งเหี่ยวได้ถ้าเปิดถุงนาน 2เดือนขึ้นไป ถึงแม้จะเก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทไม่มีอากาศเข้าก็ตาม และทำให้สูญเสียสารอาหารที่จำเป็นอีกด้วย 
  • มีคาร์โบไฮเดรตสูงจากสารที่ใช้เคลือบเม็ดอาหาร
  • รสชาติและความน่ากินน้อยกว่าอาหารกึ่งเปียกและอาหารเปียก
  • ย่อยยากกว่าอาหารเปียกและอาหารกึ่งเปียก

2. อาหารแบบกึ่งเปียก

อาหารประเภทนี้จะมีความชุ่มชื้นในอาหารประมาณ 35% อาหารแบบกึ่งเปียกสูตรที่ไม่มีพืชจะผลิตมาจากเนื้อสัตว์และผลพลอยได้จากเนื้อ ส่วนอาหารกึ่งเปียกแบบทั่วไปจะมีถั่วเหลืองและธัญพืชผสมเป็นส่วนประกอบ ด้วยความที่มีการปรุงรสค่อนข้างเยอะ อาหารกึ่งเปียกจึงเหมาะกับการให้เป็นขนมเป็นครั้งคราว ไม่ควรให้เป็นอาหารหลัก

ข้อดี

  • มีความชุ่มชื้นมากกว่าอาหารแห้ง
  • ราคาอยู่ในช่วงกลางๆไม่ต่ำและไม่สูงเกินไป
  • ย่อยง่าย
  • มีรสชาติดี
  • ให้แมวได้ง่ายๆ เพียงแค่ฉีกซองและเทใส่ชามอาหาร

ข้อเสีย

  • เมื่อเปิดบรรจุภัณฑ์ทิ้งไว้จะทำให้อาหารแห้งหรือมีกลิ่นเหม็น
  • มีส่วนผสมของเกลือและน้ำตาลมากกว่าอาหารเม็ดและอาหารเปียก
  • หลายๆยี่ห้อใส่สารแต่งสี, สารปรุงรส, และสารกันบูด

3. อาหารแบบเปียก

หรืออาหารกระป๋อง มีความชุ่มชื้นประมาณ 75% ซึ่งเยอะที่สุดในประเภทอาหารทั้งหมด เป็นอาหารที่มีรสชาติดีและถูกปากแมวส่วนใหญ่ เมื่อเปิดแล้วเหลือควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาคุณภาพและป้องกันการเน่าเสีย

ข้อดี

  • เพิ่มน้ำและความชุ่มชื้นให้กับร่างกายแมว
  • เพราะว่ามีน้ำอยู่เยอะ แมวจึงสามารถกินอาหารเปียกในปริมาณที่เยอะกว่าเพื่อให้ได้แคลอรี่ที่เท่ากับอาหารเม็ด
  • เหมาะสำหรับแมวที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ
  • มีรสชาติดี
  • สามารถเก็บไว้ได้นาน

ข้อเสีย

  • มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบปริมาณอาหาร และปริมาณแคลอรี่กับอาหารเม็ด
  • อาจทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบได้
  • อาหารกระป๋องบางยี่ห้อมีสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน
  • หากเททิ้งไว้จะเน่าเสียได้

สิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลือกซื้ออาหารแมว

1. ดูอายุและความต้องการพลังงานของแมว

  • ช่วงวัยเด็ก

เมื่อลูกแมวเริ่มโตและหย่านมแล้ว ให้เริ่มเปลี่ยนไปให้อาหารสูตรสำหรับลูกแมว แมวเด็กต้องการพลังงานมาก ดังนั้นเราต้องแน่ใจว่าอาหารที่ให้เป็นอาหารสำหรับลูกแมวจริงๆ น้องแมวจะกินอาหารสำหรับลูกแมวจนกระทั่งอายุประมาณ 1 ปี

  • ช่วงโตเต็มวัย

แมวโตที่ใช้พลังงานในระดับปกติต้องการอาหารสูตรทั่วไปสำหรับแมววัยโต ควรเลือกอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบในอาหารและควรมีถ้วยน้ำเปล่าวางไว้ใช้แมวได้กินตลอดวัน

  • ช่วงสูงวัย

เมื่อแมวมีอายุถึง 7 ปี ต้องเริ่มให้แมวกินอาหารสำหรับแมวสูงวัย ซึ่งเป็นสูตรอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้สามารถไปปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะกับแมวในวัยนี้

2. สภาพร่างกาย

  • แมวที่มีร่างกายปกติ

ถ้าแมวมีสุขภาพดี น้ำหนักตามเกณฑ์ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี จุดที่ไม่ควรมองข้ามคือฝึกพฤติกรรมการกินที่ดี แต่ทั้งนี้คำแนะนำที่ระบุอยู่บนฉลากอาหารก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอ ควรไปปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อให้ได้ข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้อง

  • แมวที่มีน้ำหนักมาก

สาเหตุใหญ่ที่ทำให้น้องกลายเป็นแมวอ้วน เพราะปริมาณอาหารที่ควรให้ที่ระบุอยู่บนฉลากอาหารไม่เหมาะสมกับแมว อีกหนึ่งสาเหตุใหญ่คือ การมีอาหารเม็ดให้แมวกินตลอดทั้งวัน เมื่อแมวอยากกินก็กินได้ตลอด ซึ่งแมวที่มีน้ำหนักมากจะมีความเสี่ยงเป็นโรคตับ, โรคเบาหวาน, และโรคข้ออักเสบ ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาหารและการดูแลสุขภาพของแมวที่มีปัญหาน้ำหนักมาก

  • แมวที่มีร่างกายผอม

แมวร่างกายผอมอาจเป็นสัญญาณของปัญหาใหญ่ เช่น โรคโลหิตจาง หรือ มีพยาธิ ถ้าแมวของคุณกินอาหารแต่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น หรือแมวมีพฤติกรรมไม่กินอาหารเลย ควรพาแมวไปหาสัตวแพทย์ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือแมวผอมเพราะไม่ชอบอาหารที่คุณให้และไม่ยอมกินจนทำให้ร่างกายผอม สัตวแพทย์จึงเป็นผู้ที่สามารถบอกได้ว่าแมวมีปัญหาสุขภาพหรือแค่จุกจิกเลือกกิน

3. ปัญหาสุขภาพ

  • โรคเบาหวาน

อาหารเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากสำหรับแมวที่เป็นโรคเบาหวาน อาหารเม็ดไม่มีความชื้นมากพอจึงไม่แนะนำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อจะได้จัดอาหารที่ถูกต้องสำหรับแมวที่เป็นโรคนี้

  • โรคไต

หากแมวเป็นโรคไต ต้องให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ อาหารเม็ดไม่เหมาะสำหรับแมวที่เป็นโรคไต และควรให้อาหารที่มีปริมาณโปรตีนและฟอสเฟสต่ำ

  • ปัญหาสุขภาพอื่นๆ

แมวก็เหมือนมนุษย์ที่สามารถเกิดการแพ้อาหาร, ภูมิแพ้ผิวหนัง, และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยๆและเจ้าของต้องระวังเวลาเลือกซื้ออาหาร

4. งบประมาณ

แมวไม่สนใจหรอกว่าอาหารที่กินนั้นราคาแพงลิบลิ่วหรือเป็นปลาต้มธรรมดาๆ เจ้าแมวรู้แค่ว่าอยากจะกินอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นลองนำข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาไปพิจารณาและเลือกซื้ออาหารให้เหมาะสมกับงบที่คุณมี

5. ดูส่วนผสมบนฉลาก

เลือกอาหารที่มีส่วนผสมของทอรีน, น้ำ, วิตามิน, แร่ธาตุ, เอนไซม์, กรดไขมัน, และโปรตีน ไม่ควรเลือกอาหารท่ีมีส่วนผสมของแป้งข้าวโพด หรือมีคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และควรดูวันผลิตวันหมดอายุทุกครั้ง

6. เลือกอาหารที่มีโปรตีนเป็นอันดับหนึ่ง

แมวเป็นสัตว์ที่กินเนื้อเป็นหลัก ดังนั้นเนื้อสัตว์จึงเป็นสารอาหารที่จำเป็นในอาหารแมว เวลาเลือกซื้ออาหารจึงควรอ่านส่วนผสม โดยโปรตีนควรอยู่หนึ่งในสามอันดับแรก ซึ่งโปรตีนที่ว่านี้ก็หมายถึงเนื้อสัตว์นั่นเอง เช่น เนื้อไก่, เนื้อปลา

7 อันดับอาหารแมวสุขภาพดียอดฮิต

NongPets ได้คัดสรร 10 อันดับอาหารแมวคุณภาพดีมาให้คุณได้เลือกกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกัน!

1. Maxima อาหารแมว สูตรเนื้อแกะและข้าว สำหรับแมวทุกวัย ทุกสายพันธุ์

This image has an empty alt attribute; its file name is Screen-Shot-2563-04-20-at-4.08.40-PM.png

อาหารแมวยอดนิยมอันดับ 1 ที่คุ้มค่าคุ้มราคา มีสูตรเน้นเรื่องการบำรุงผิวหนังและเส้นขนโดยเฉพาะ และส่วนผสมในอาหารยังผสม MOS (Mannan – oligosaccharide) เป็นพรีไอโอติกส์สามารถช่วยในเรื่องระบบทางเดินอาหารของน้องแมว และลดการเกิดโรค ช่วยให้น้องแมวมีภูมิต้านทานที่ดี นอกจากนี้วัตถุดิบที่ใช้ยังเป็นเนื้อแกะคุณภาพสูงนำเข้าจากนิวซีแลนด์ และไม่ใช้ส่วนผสมข้าวโพดและถั่วเหลืองที่เป็นอันตรายต่อเจ้าแมวเหมียวอีกด้วย

2. Royal Canin Fit อาหารสำหรับแมวโตอายุ 1 ปีขึ้นไป

This image has an empty alt attribute; its file name is Screen-Shot-2563-04-20-at-4.08.52-PM.png

อาหารแมวสูตรนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อน้องแมวที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ในอาหารมีส่วนประกอบของไฟเบอร์และหัวบีทที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนที่ของอาหารในลำไส้ และกำจัดเส้นขนที่ตกค้างภายในลำไส้ อาหารนี้ให้ระดับพลังงานระดับปานกลาง เหมาะสำหรับเจ้าแมวที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมมากนัก

3. วินสตาร์ รสทูน่า อาหารแมวแบบเม็ด สำหรับแมวอายุ 1 ปีขึ้นไป 

This image has an empty alt attribute; its file name is Screen-Shot-2563-04-20-at-4.09.27-PM.png

ใครที่กำลังมองหาอาหารรสชาติอร่อย ราคาไม่แพงมาก เราขอแนะนำอาหารสำหรับน้องแมวอายุ 1 ปีขึ้นไป ที่มีส่วนผสมของเนื้อปลาแท้ ช่วยบำรุงสายตาในการมองเห็น และยังบำรุงเส้นขนให้เงางาม นอกจากนี้อาหารยังมีโปรตีนสูงถึง 26% สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ประโยชน์เยอะแบบนี้ ลองซื้อให้ไปให้น้องแมวได้ลองกันค่ะ

4. Gourmet Golden อาหารแมวเกรดพรีเมี่ยมสูตรเกาหลี

This image has an empty alt attribute; its file name is 21f9e3992e48f0665b194fdfe9171e54-1024x1024.jpeg

อาหารแมวยอดขายอันดับ 1 จากเกาหลีที่เหล่าน้องแมวไม่ควรพลาด สูตรอาหารมีกากใยสูง ช่วยในเรื่องการควบคุมก้อนขนสำหรับน้องแมวที่มีปัญหาเรื่องขับถ่ายยาก ทำให้ไม่อยากอาหาร เหมาะมากสำหรับน้องแมวพันธุ์ขนยาวหรือน้องแมวที่ชอบเลียขนเป็นประจำ นอกจากนี้ตัวเม็ดอาหารมาในรูปปลาน่ารัก แถมยังช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดฟันและเหงือกน้องอีกด้วย

5. WHISKAS อาหารแมวชนิดเปียก แบบเพาช์ 

สำหรับน้องแมวที่ชอบอาหารสูตรเปียก เราขอแนะนำอาหารแมว Whiskas ที่มาในรูปแบบซองเหมาะสำหรับแบ่งอาหารเป็นมื้อ พกพาได้สะดวก และยังมีสูตรอาหารเฉพาะสำหรับน้องแมวอายุ 1 ปี – 7 ปี โดยมีหลายรสให้เลือกมากมาย เช่น รสปลาทู, รสปลาซาบะย่าง, รสค็อกเทลทะเล,ฯลฯ 

ส่วนผสมของอาหารทำมาจากเนื้อปลาแท้ๆ และมีคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นถึง 41 ชนิด สามารถช่วยในเรื่องของดวงตาสดใส, บำรุงขนสวย สุขภาพดี, เสริมสร้างกระดูกแข็งแรง และมีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้น้องมีมีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่เป็นโรคง่าย

6. Ole Kat รสทูน่า อาหารเม็ดสำหรับแมวอายุ 1 ปีขึ้นไป

This image has an empty alt attribute; its file name is ed79baa049e730423c4c79e5b481ba02-1024x1024.jpeg

มาที่อาหารแมวสัญชาติเกาหลีอีกตัว อาหารทำมากจากเนื้อสัตว์และเนื้อปลาแท้ๆ และที่สำคัญอาหารควบคุมความเค็มต่ำกว่า 1% เหมาะสำหรับน้องแมวที่ต้องการควบคุมความเค็ม นอกจากนี้อาหารยังประกอบไปด้วยโปรตีนสูงถึง 26% ที่ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตในกล้ามเนื้อ และยังประกอบไปด้วยกรดโอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยในการบำรุงผิวหนังและสายตา และมีแคลเซียม ฟอสฟอรัสทำให้ฟันและกระดูกแข็งแรง

7. Nekko อาหารแมวแบบเปียกในเจลลี่ สไตล์ญี่ปุ่น 

This image has an empty alt attribute; its file name is 47a2477505c2104b58eb666ffd221a13.jpeg

อาหารแมวสไตล์ญี่ปุ่นมาในรูปแบบเนื้อทูน่าในเยลลี่ อาหารทำจากเนื้อปลาทูและปลาโออบแห้งคุณภาพสูง มีรสชาติอร่อย นอกจากนี้ยังในอาหารยังมีส่วนประกอบของไบโอติคที่ช่วยในเรื่องการทำงานของลำไส้ และมีส่วนผสมของทอรีน, โอเมก้า 3 และวิตามินอีและแร่ธาตุต่างๆที่มีประโยชน์ต่อน้องแมว

Leave a Reply

Show Buttons
Hide Buttons