สุนัขพันธุ์ไทย ที่คนไทยต้องรู้จัก

Nongpets ได้พาทุกคนไปรู้จักกับสุนัขหลากหลายพันธุ์ หลายถิ่นกำเนิดมาแล้ว วันนี้จะพามารู้จักกับสุนัขพันธุ์ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ นั่นก็คือ “สุนัขพันธุ์ไทย” ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศไทยบ้านเรานี่เอง และเป็นเหมือนสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติและของคนไทยอีกด้วย โดยน้องมีอยู่ 2 สายพันธุ์ ก็คือ พันธุ์บางแก้ว และ พันธุ์หลังอาน ทุกคนน่าจะเคยได้ยินและคุ้นชื่อกันดี วันนี้มารู้จักน้องให้มากขึ้นกันเถอะ

1. สุนัขพันธุ์บางแก้ว

ถิ่นกำเนิด

น้องหมาพันธุ์บางแก้ว มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่วัดบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม หลวงพ่อมาก เมธาวี  เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 3 ของวัดบางแก้ว ท่านเลี้ยงสุนัขไว้จำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นสุนัขที่ดุ ด้วยกิตติศัพท์ในความดุของสุนัขที่วัดบางแก้วนี้เอง จึงมีผู้นิยมมาขอลูกสุนัขไปเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เฝ้าวัวควาย  พื้นที่ที่สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วได้ขยายพันธุ์ไปมากที่สุดก็คือ ตำบลท่านางงามและตำบลชุมแสงสงคราม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และในปัจจุบันได้ขยายวงกว้างออกไปหลายจังหวัด

 มีความเชื่อที่ว่าสุนัขพันธุ์นี้เป็นลูกผสมเพราะเกิดมาจากสุนัขบ้านกับสุนัขจิ้งจอก ซึ่งบริเวณริมแม่น้ำยมในสมัยนั้นเป็นป่าทึบ มีสัตว์อาศัยอยู่มากรวมไปถึงสุนัขจิ้งจอก และจากผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์พบว่า มีโครโมโซมของสุนัขจิ้งจอกปะปนในโครโมโซมของสุนัขบางแก้ว จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าน้องหมาบางแก้วเป็นลูกผสมของหมาจิ้งจอกจริง

ลักษณะทั่วไป

เป็นสุนัขขนาดกลาง มีขนสองชั้น ยาวตรง หนาและนุ่ม ใบหน้าสั้นแต่ปากจะแหลมยาวคล้ายสุนัขจิ้งจอก  หางเป็นพวงแต่บางตัวก็ไม่เป็นพวง มีความสง่างาม ว่องไว และแข็งแรง รูปทรงตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลังเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส อกกว้างและลึกได้ระดับกับข้อศอก ไหล่กว้าง ท้องไม่คอดกิ่ว  หูเล็ก มีทั้งสีเดียวและสัผสม เช่น ขาว, ดำ, ขาวกับน้ำตาล เป็นต้น

ลักษณะของใบหน้าแบ่งเป็น 3 แบบ คือ

  1. ลักษณะหน้าเสือ ใบหน้าดูคล้ายเสือ มีกะโหลกศีรษะใหญ่ หน้าผากกว้าง โคนหูตั้งอยู่ห่างกัน หูเล็กแบะออกเล็กน้อย แววตาเซื่องซึม พื้นสีตามักจะเป็นสีเหลืองทองคล้ำ ม่านตาตรงกลางสีดำ มีขนย้อยจากโคนหูด้านล่างเป็นแผงที่คอ เรียกว่า แผงคอ แต่ไม่รอบคอ ขนมีทั้งฟูและไม่ฟู มีหางเป็นพวง ทั้งหางงอ และหางม้วน แลดูดุร้าย
  2. ลักษณะหน้าสิงโต มีกะโหลกศีรษะเล็กกว่าลักษณะหน้าเสือ หูเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยม ป้องไปข้างหน้ารับกับใบหน้าอย่างสวยงาม ปากไม่เรียวแหลมมาก ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป มีขนยาวตั้งแต่โคนหูลงมาด้านล่าง เป็นแผงรอบคอ และมีขนเป็นเคราจากใต้คางย้อยลงมาเหมือนคอพอกลงมาถึงคอด้านล่าง ที่บริเวณรอบลำคอมีขนยาวโดยรอบ มีทั้งขนสั้นฟูและฟูยาว เมื่องมองจากดานหน้าจะมีลักษณะคล้ายสิงโต ลักษณะเท้ายาวอูม ขนยาวหุ้มปลายเท้าเล็กน้อย มองดูคล้ายเท้าหมี ขนมีทั้งยาวฟู สั้นฟู หางมีทั้งม้วนสูงและม้วนต่ำ เป็นพวงและไม่เป็นพวง ช่วงตอนหน้าใหญ่ตอนท้ายเล็ก ยามปกติแววตาและท่าทางเซื่องซึม แต่เมื่อเป็นศัตรูปรือคนแปลกหน้า จะเปลี่ยนเป็นดุร้ายและคล่องแคล่วว่องไวทันที ลักษณะหน้าสิงโตเป็นลักษณะที่หายากมาก นาน ๆ จึงจะพบเห็นสักตัวหนึ่ง
  3. ลักษณะหน้าจิ้งจอก มีใบหน้าแหลม หูใหญ่กว่าลักษณะหน้าเสือและหน้าสิงโต ใบหูไม่ตรงโย้ออกด้านข้าง มองดูเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ปากแหลมเรียวและค่อนข้างยาว ขนอ่อนยาวเรียบ ขนหางเป็นพวง รูปร่างมีทั้งใหญ่ กลางและเล็ก อุปนิสัยไม่ค่อยดุร้ายเหมือนสองพวกแรก

ลักษณะนิสัย 

น้องมีนิสัย ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ บางตัวก็หวงข้าวของในบ้าน  ค่อนข้างดุ ไม่ชอบคนแปลกหน้า กล้าหาญ เฉลียวฉลาดสามารถฝึกได้ กินอาหารง่าย ชอบเล่นน้ำ แต่ว่าด้วยความที่น้องค่อนข้างดุ และบางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องพฤติกรรม หรืออารมณ์ก้าวร้าว  ฉะนั้นน้องจึงควรได้รับการเลี้ยงดูและการฝึกให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข เพื่อให้เกิความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสุนัขกับเจ้าของ และคนอื่นๆ

2.สุนัขพันธุ์หลังอาน

ถิ่นกำเนิด

ถิ่นกำเนิดของสุนัขหลังอานอยู่ในภาคตะวันออกของไทย แถบจังหวัดจันทบุรีและตราด เมื่อก่อนน้องถูกใช้ในการล่าสัตว์และติดตามเกวียน ปัจจุบันน้องถูกจัดให้เป็น “สุนัขประจำชาติ” เพราะเป็นสุนัขที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานทั้งยังมีความสามารถในการล่าสัตว์ เฝ้าบ้าน และดูแลทรัพย์สิน

มีผู้วิเคราะห์ว่าเจ้าหลังอานน่าจะมาจากสุนัขกลุ่ม Wolf และ Jackal โดยเจ้าหลังอานอยู่ในย่านเอเชียตะวันออกเขตร้อน และมีสุนัขที่มีลักษณะคล้ายๆกันนี้ในประเทศต่างๆ เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า มาเลเซีย เป็นต้น แต่เจ้าหลังอานจะมีลักษณะพิเศษ คือ มีขนขึ้นแนวย้อนกลับบริเวณกลางหลัง

จากงานวิจัยของร.ศ. สุรวิช วรรณไกรโรจน์ อาจารย์ประจำคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้พบว่ามีภาพเขียนผนังถ้ำในยุคหินใหม่อายุราว 2000 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมาและอุทัยธานี เป็นรูปสุนัขหูตั้งหางดาบมีทั้งสีพื้นและลายเสือยืนคู่กับพรานธนู แต่ไม่มีรายละเอียดพอให้เห็นได้ว่ามีอานหรือไม่ ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษางานวิจัยของนักประวัติศาสตร์ชาวซิมบับเวแล้วใช้ข้อมูลทางพันธุศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่าสุนัขทีมีลักษณะหลังอานซึ่งเป็น บรรพบุรุษของน้องหลังอานน่าจะถือกำเนิดขึ้นจากการกลายพันธุ์จากสุนัขพันธุ์ปกติเมื่อไม่น้อยกว่า 1500 ปีมาแล้วในอาณาจักรฟูนัน แล้วสุนัขพันธุ์ดังกล่าวจึงได้ถูกเผยแพร่ไปยังอินเดียและโรดีเชียในเวลาต่อมา จนเป็นต้นกำเนิดของสุนัขหลังอานพันธุ์ Ari ของชนเผ่า Hottentot(คำว่า “Ari” นั้นมาจากภาษาอินเดียโบราณ แปลว่า”สุนัข”) และสุนัขหลังอานพันธุ์ผสม Rhodesian ridgeback

ลักษณะทั่วไป

น้องเป็นสุนัขขนาดกลาง มีลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ คือ มีขนขึ้นกลางหลังเป็นแนวย้อนกลับ คล้ายกับอานบนหลังม้า มีความสง่างาม ปลายจมูกสีดำ  หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม หางโค้งเรียวยาวยกตั้งขึ้นเหมือนดาบหรือเคียว ลิ้นมีปานสีดำ ศีรษะเป็นสามเหลี่ยมรูปลิ่ม มีกรามใหญ่ที่แข็งแรง ขนสั้น

สีที่พบได้ คือ น้ำตาล, น้ำตาลแดง, น้ำตาล อ่อน, น้ำตาลดำ, ขาว, กลีบบัว, สีสวาด และลายเสือ แต่สีที่ได้รับการยอมรับในวงการประกวดสุนัขมีอยู่ 4 สี คือ สีน้ำตาลแดง หรือ สีแดง, สีดำปลอด, สีสวาด และ สีกลีบบัว

มีขนสั้น แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ แบบกำมะหยี่ ขนจะสั้นเกรียนติดผิวหนังและมีความนุ่ม และแบบสั้นแต่ไม่เกรียนติดหนัง

ลักษณะนิสัย 

น้องเป็นสุนัขที่รักเจ้าของ ซื่อสัตย์ เฉลียวฉลาด ขี้ประจบ มีความระมัดระวังและดุร้ายพอสมควรเมื่อเจอคนแปลกหน้า มีความคล่องแคล่วว่องไว สุภาพ ไม่ดื้อ ค่อนข้างขี้เล่น

อ่านวิธีเลี้ยงดูสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานเพิ่มเติม ได้ที่นี่

Leave a Reply

Show Buttons
Hide Buttons