ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ หมาใหญ่ ใจดี รักเด็ก

หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้าหมาตัวใหญ่ หน้าตาดูเป็นมิตร สุนัขตัวนี้มีชื่อว่า ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ นั่นเอง เจ้าหมาฉลาด แสนรู้ ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจ และยังเป็นหมายอดนิยมทั่วโลก

ส่วนใครที่กำลังตัดสินใจอยากรับเลี้ยงน้องมาเป็นเพื่อนรู้ใจ แต่ยังลังเลว่าจะเหมาะกับคุณหรือไม่ วันนี้ NongPets จะพามาทำความรู้จักกับ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ตั้งแต่ต้นกำเนิดมาจากไหน นิสัยใจคอเป็นยังไง รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง ลองมาอ่านบทความนี้กัน

ต้นกำเนิดของลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ มีต้นกำเนิดมาจาก เกาะนิวฟันด์แลนด์ (Newfoundland) ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งแอตแลนติกของประเทศแคนนาดา และมีชื่อเดิมว่า เซนต์จอห์น (St. John’s) พวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงกันในภายในครอบครัว โดยเฉพาะในครอบครัวประมง เพราะลาบราดอร์สามารถช่วยชาวประมงในการจับปลา 

ต้นตระกูลของลาบราดอร์ยังไม่มีใครรู้เป็นที่แน่นอน แต่เชื่อกันว่า เกิดจากการผสมพันธุ์ของสุนัขนิวฟันด์แลนด์และสุนัขในท้องถิ่นพันธุ์ สุนัขน้ำ (Water dog) และด้วยประโยชน์และนิสัยของลาบราดอร์นั้น เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง นักกีฬาชาวอังกฤษจึงได้นำ สุนัขพันธุ์เซนจอห์น เข้ามายังประเทศอังกฤษเพื่อฝึกใช้ในการล่า และในต่อมาต่อมาในยุคที่สามของ Earl of Malmesbury ได้มีการอ้างอิงถึงสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์เป็นครั้งแรก 

แม้ลาบราดอร์จะเป็นสุนัขยอดนิยมในอเมริกาในปัจจุบัน แต่ในปี ค.ศ. 1880 เกือบมีการสูญพันธุ์ของลาบราดอร์ เพราะด้วยกฎที่เข้มงวดและกฎหมายภาษีของรัฐบาลในสมัยนั้น ซึ่งอนุญาตให้แต่ละครอบครัวมีสุนัขได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น และถ้าหากเลี้ยงสุนัขเพศหญิงจะเสียภาษีมากกว่าด้วย ทำให้ลาบราดอร์ในสมัยนั้นมีจำนวนลดลง จนเกือบสูญพันธุ์

อย่างไรก็ตาม ลาบราดอร์ยังคงเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ ในช่วงปี ค.ศ. 1920 – 1930 อังกฤษได้ส่งลาบราดอร์ไปยังประเทศอเมริกา เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้มีรูปร่าง และการเจริญเติบโตที่ดีขึน และในปี 1991 ลาบราดอร์เป็นสุนัขที่ยอดนิยมที่สุดในอเมริกาจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านี้ ลาบราดอร์ยังติดใน top list สุนัขยอดนิยมในประเทศอังกฤษและแคนาดาอีกด้วย 

ลักษณะของลาลราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ลักษณะทางกายภาพ

  • น้ำหนัก:  เพศผู้ 29-36 กิโลกรัม เพศเมีย 25-31 กิโลกรัม
  • ความสูง: เพศผู้ 57-62 เซนติเมตร, เพศเมีย 55-59 เซนติเมตร
  • สายพันธ์ุ: Sporting dog 
  • ขน: ขนสองชั้น มันเงา กันน้ำและอากาศ ขนชั้นนอกจะ สั้น หนา และเรียบ, ขนชั้นในจะนุ่มและป้องกันสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย 
  • สีขน: มี 3 สี คือ ดำ, ช็อคโกแลต และเหลือง
  • ลักษณะเด่น: หูพับลง
  • ช่วงชีวิต: มีอายุประมาณ 10-12 ปี

นิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

โดยธรรมชาติแล้ว น้องหมาลาบราดอร์ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นมิตร และนิสัยดี ขี้ประจบเอาใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องความฉลาดอีกด้วย น้องเป็นหมาที่ฉลาด เรียนรู้ได้ไว และเป็นหมาที่ฝึกง่ายมาก

นิสัยที่เด่นๆอีกเรื่องคือ น้องเป็นหมาจอมตะกละ น้องจะกินไวสุดๆ ฉะนั้นเราต้องระวังอย่าให้อาหารน้องมากจนเกินไป และอีกเรื่องที่ต้องระวังคือ น้องชอบหิวบ่อย ถ้าวันไหนปล่อยให้น้องหิวมากๆ น้องจะคุ้ยขยะหาอาหารของคนมากิน หรือไม่ก็ไล่แทะเล่นของเล่นที่กินไม่ได้อีกด้วย  ลาบราดอร์เป็นหมาที่มีพลังงานสูงมาก การฝึกให้น้องออกกำลังกายและทำกิจกรรมบ่อยๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะป้องกันไม่ให้น้องอ้วนแล้ว ยังทำให้น้องมีสุขภาพจิตดีอีกด้วย

วิธีการเลี้ยงและดูแลลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

อย่างที่รู้กันไปแล้วว่า เจ้าหมาลาบราดอร์เป็นหมาที่ฉลาด และอัธยาศัยดี การฝึกและเลี้ยงดูน้องไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากเรารู้นิสัย และพฤติกรรมของน้อง และวิธีเลี้ยงแบบถูกวิธี น้องก็จะเจริญเติบโตแบบสุขภาพดี และแข็งแรง วันนี้ NongPets จะมาแนะนำวิธีการเลี้ยงดู วิถีการกิน ตลอดจนสุขภาพของน้องลาบราดอร์

วิธีการเลี้ยงดู

น้องลาบราดอร์ชอบอยู่กับครอบครัว ไม่ชอบอยู่คนเดียว ถ้าขืนปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวนานเกินไป น้องอาจแสดงพฤติกรรมเกรี้ยวกราดออกมาเช่น ขุดหาของ กัดแทะ และทำลายข้าวของ 

น้องเป็นหมาที่พลังงานสูง ชอบ active ตลอดเวลา การพาน้องออกไปทำกิจจกรรมทั้งทางกายและใจ ก็จะช่วยให้น้องปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มที่ กิจกรรมที่ควรทำ เช่น พาน้องไปเดินเล่นประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพาน้องไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆในสวนสาธารณะ แต่ถ้าน้องยังเด็กก็ไม่ควรพาน้องออกไปเดินหรือเล่นนาน เพราะอาจทำให้น้องเหนี่อยง่าย

แม้ว่าโดยธรรมชาติน้องลาบราดอร์จะเป็นหมาที่นิสัยดี ไม่ดื้อ เจ้าของบางคนอาจคิดว่าไม่ต้องฝึกน้องก็ได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ถ้าหากว่าน้องไม่ได้รับการฝึกตั้งแต่เด็ก น้องจะมีแนวโน้มพฤติกรรมที่เกเร และตัวใหญ่จากการกินมากเกินไป การพาน้องเข้าสังคมตั้งแต่น้องยังเด็กๆ ก็จะช่วยให้น้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และคุ้นชินกับการอยู่สังคมใหม่ๆได้ 

อีกเรื่องที่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจคือ ตอนน้องยังเล็กๆ อย่าปล่อยให้น้องวิ่งเล่นบนพื้นแข็งๆ เพราะข้อต่อของน้องยังไม่แข็งแรงนัก น้องจะสามารถเริ่มวิ่งบนพื้นแข็งได้ จนกว่าน้องจะมีอายุครบ 2 ปี ซึ่งช่วงนี้ข้อต่อของน้องจะมีการสร้างตัวแบบสมบูรณ์ 

เจ้าลาบราดอร์เป็นหมาที่ชอบหมั่นเขี้ยว น้องจะกัดแทะของทุกอย่าง แม้กระทั่งของเล่นชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างโซฟา ฉะนั้นถ้าวันไหนไม่อยู่บ้าน ควรขังน้องไว้ในกรง หรือในบ้านหมา เพื่อเป็นการฝึกวินัยและป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งของในบ้าน

อาหารของลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ผู้เลี้ยงอย่าลืมว่าน้องลาบราดอร์เป็นหมาที่กินเก่งมาก ช่วงวัยเจริญเติบโตของน้องจะอยู่ที่อายุ 4-7 เดือน ช่วงนี้น้องจะโตเร็ว และอ่อนแอ ร่างกายอาจมีความผิดปกติ การให้อาหารที่มีคุณภาพดี และแคลอรีต่ำ จะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของน้องไม่ให้เร็วจนเกินไป และป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นกับน้อง

ปริมาณอาหารที่แนะนำ: อาหารเม็ดปริมาณ 2.5 – 3 ถ้วยตวง วันละสองมื้อ  และปริมาณอาหารยังขึ้นอยู่กับขนาด, อายุ และกิจกรรมที่ใช้ในแต่ละวัน 

วิธีดูแลรักษาลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

การดูแลรักษาความสะอาด

ลาบราดอร์มีขนที่หนา และมันเงา การรักษาความสะอาดไม่ใช่เรื่องยาก ควรอาบน้ำให้น้องครั้งละสองเดือน แต่ถ้าวันไหนน้องไปวิ่งซน ตัวคลุกเปื้อนดินโคลน ก็ควรอาบน้ำให้น้องทันที เพื่อรักษาความสะอาดและกำจัดกลิ่นตัวของน้อง

ควรแปรงฟันให้น้อง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบหินปูนและแบคทีเรียในช่องปาก การแปรงฟันให้น้องทุกวัน ก็สามารถช่วยป้องกันโรคเหงือกและกลิ่นปากได้ 

การตัดแต่งเล็บ ควรตัดเล็บให้น้องเดือนละ 1-2 ครั้ง และควรระมัดระวังการตัดเล็บให้น้อง เพราะน้องอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ให้ความร่วมมือในครั้งต่อไป

การตรวจเช็คร่างกาย ควรเช็คอาทิตย์ละครั้ง และควรเริ่มเช็คตั้งแต่น้องยังเด็กๆ เพราะน้องจะเกิดความคุ้นชิน

  1. เช็ครอยแดงและกลิ่น และเช็ดทำความสะอาดหูเบาๆด้วยก้อนสำลี น้ำยาทำความสะอาด pH-balance ช่วยป้องการการติดเชื้อได้ แต่ระวังอย่าล่วงลึกเข้าไปในช่องหูเกินไป
  2. เช็คอุ้งมือและช่องปากของน้องเป็นประจำ
  3. เช็คผิวหนังตรงตา จมูก ปาก และเท้า ว่ามีผื่น หรือแผลอักเสบหรือไม่ 
  4. ตาควรใสไม่มีรอยแดง
การดูแลรักษาขนของลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

ขนของน้องจะร่วงเยอะมาก ควรแปรงขนให้น้องทุกวัน เพื่อผลัดขนที่ตายออกไป

สุขภาพของลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

โดยปกติแล้ว ลาบราดอร์เป็นหมาที่สุขภาพดี โรคที่จะกล่าวดังต่อไปนี้อาจเกิดขึ้นกับน้องได้ ผู้เลี้ยงควรศึกษาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับน้องหมาที่เรารัก

  1. Hip Dysplasia โรคข้อสะโพกเสื้อมในสุนัข
  2. Elbow Dysplasia ภาวะข้อศอกพัฒนาผิดปกติในสุนัข
  3. Osteochondrosis Dissecans (OCD) ภาวะกระดูกอ่อนเกินและการเจริญของกระดูกแข็งที่ผิดปกติในสุนัข
  4. Cataracts โรคต้อกระจกในสุนัข
  5. Progressive Retinal Atrophy (PRA) โรคจอประสาทตาเสื่อมในสุนัข
  6. Epilepsy โรคลมชักในสุนัข
  7. Tricuspid Valve Dysplasia (TVD) โรคลิ้นหัวใจ
  8. Myopathy ภาวะผิดปกติในกล้ามเนื้อและระบบประสาท
  9. Gastric Dilataion-Volvulus โรคกระเพราะบิดในสุนัข
  10. Acute Moist Dermatitis ภาวะตุ่มนูนบนผิวหนัง
  11. Cold Tail ภาวะปกติของกล้ามเนื้อหาง สุนัขจะมีอาการหางตก ไม่ส่ายหาง ขนตรงบริเวณโคนหางขนจะตั้งขึ้น มีอาการเจ็บเมื่อสัมผัส
  12. Ear Infections หูติดเชื้อ

ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์กับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

ลาบราดอร์เป็นหมาที่รักเด็กมาก น้องจะมีความสุขที่ได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆกับเด็ก แต่น้องควรจะถูกฝึกให้อยู่ร่วมกับเด็กๆ เพื่อความปลอดภัย และน้องยังสามารถเข้าได้กับหมาพันธุ์อื่นๆ แมว และสัตว์ตัวเล็กๆอีกด้วย

ลาบราดอร์เหมาะที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก น้องจะเป็นเพื่อนเล่นและสัตว์เลี้ยงที่ดี และด้วยความฉลาด และร่างกายแข็งแรงของเจ้าตูบนี้ ผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการเลี้ยงดู และสุขภาพมากนัก NongPets คิดว่าหลายคนที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธความน่ารักของเจ้าลาบราดอร์นี้ได้

Leave a Reply

Show Buttons
Hide Buttons