NongPets

พุดเดิ้ล เจ้าหมาตัวน้อยน่ารัก เห่าเก่งเป็นที่หนึ่ง

ถ้าพูดถึงน้องพุดเดิ้ลหลายๆคนก็คงจะนึกถึงเสียงของน้องเป็นอันดับแรก เพราะน้องมีเสียงแหลมเล็กเป็นเอกลักษณ์ และชอบเห่าเอามากๆ แต่น้องก็ไม่ได้เห่าไปซะทุกเรื่อง น้องเป็นหมาที่ฉลาด เลี้ยงง่าย ขี้อ้อน ขี้ประจบ มีความอดทน อีกทั้งน้องพุดเดิ้ลยังมีหน้าตาน่ารัก ตาแป๋ว และด้วยความสดใสร่าเริงของน้องนี้ ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก อยากเล่นกับน้องเป็นธรรมดา

สำหรับใครที่คิดว่าอยากเลี้ยงน้องมาเป็นเพื่อนคลายเหงา อยากรู้นิสัยใจคอ และวิธีการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง วันนี้ Nongpets มีคำตอบมาให้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

ต้นกำเนิดของพุดเดิ้ล

พุดเดิ้ลเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และจุดประสงค์ของการพัฒนาสายพันธุ์นี้ เพื่อใช้ในการล่านกเป็ดน้ำ ต้นกำเนิดของพุดเดิ้ลนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด นักประวัติศาสตร์หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า ต้นกำเนิดพุดเดิ้ลมาจากประเทศเยอรมนี แต่ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ในฝรั่งเศส

ชาวฝรั่งเศสยังใช้พุดเดิ้ลที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานในการล่าเป็ด และใช้พุดเดิ้ลขนาดกลางเพื่อการดมกลิ่นหาเห็ดทรัฟเฟิลในป่า และพุดเดิ้ลขนาดเล็ก ที่เรียกว่า พุดเดิลทอย เอาไว้เลี้ยงในบ้านของชนชั้นสูงในสมัยนั้น

ในสมัยก่อน ชาวอียิปและนักแสดงละครรู้ว่าพุดเดิ้ลฉลาด เรียนรู้ไว พวกเขาจึงสอนให้พุดเดิ้ลฝึกแสดงละครสัตว์และจับพุดเดิลมาแต่งตัวให้น่ารักน่าสนใจแสดงบนเวทีกับพวกเขาอีกด้วย

มีการขึ้นทะเบียนสุนัขสายพันธุ์พุดเดิ้ลอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน The Kennel Club ของอังกฤษในปี 1874 ส่วนในประเทศอเมริกานั้นไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าพุดเดิ้ลมาถึงอเมริกาเมื่อไหร่ แต่ the American Kennel Club ได้ขึ้นทะเบียนพุดเดิ้ลเป็นครั้งแรกในปี 1886 และต่อมามีการจัดตั้ง The Poodle Club of America ในปี 1896 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในอเมริกาพุดเดิ้ลยังไม่เป็นที่นิยมในอเมริกาเท่าไหร่นัก แต่ต่อมาพุดเดิ้ลเริ่มเป็นที่นิยมขึ้นในช่วงกลางปี 1950 จนถึงปัจจุบันนี้

มีการพัฒนาสายพันธุ์ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. พุดเดิ้ลทอย (Toy Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดเล็ก 2. พุดเดิ้ล มินิเจอร์ (Miniture Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดกลาง 3. พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด (Standard Poodle) เป็นพุดเดิ้ลขนาดใหญ่

ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ของ น้องพุดเดิ้ลให้เล็กลง มีชื่อว่า พุดเดิ้ลทีคัพ (Tea-Cup Poodle) เป็นขนาดเล็กที่สุดในตระกูลพุดเดิ้ล

ลักษณะของพุดเดิ้ล

ลักษณะทางกายภาพ

  • น้ำหนัก:  เพศผู้ 2-6 กิโลกรัม เพศเมีย 2-6 กิโลกรัม
    ความสูง: เพศผู้ 9 เซนติเมตร, เพศเมีย 7 เซนติเมตร
  • ขน: มีลักษณะขนสวยยาวและหยิก
  • สีขน: ขาว ดำ เทา น้ำเงิน เงิน น้ำตาล และส้ม
  • ลักษณะเด่น: หน้าและปากยาว หูตก ลำตัวยาว และหลังตรง หางกุดแต่ไม่สั้นมาก
  • ช่วงชีวิต: มีอายุประมาณ 10-14 ปี

นิสัยและพฤติกรรมทั่วไป

พุดเดิ้ลขึ้นชื่อในเรื่องของความฉลาด แสนรู้ สนุกสนาน และน้องยังเป็นหมาที่ซื่อสัตย์อีกด้วย ส่วนในเรื่องการฝึกนั้น น้องพุดเดิ้ลเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย เพราะน้องเรียนรู้เร็ว เชื่อฟังคำสั่งเป็นอย่างดี ซึ่งผู้เลี้ยงควรฝึกสอนน้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้ฝึกน้องง่ายมากกว่าตอนโต

แม้ว่าลักษณะภายนอกของน้องจะดูเป็นหมาเริดๆเชิดๆ แต่นิสัยจริงๆของน้องแล้วเป็นหมาขี้เล่น ชอบให้เจ้าของมีกิจกรรมเล่นด้วยอยู่ตลอด ใครที่กำลังเหงาๆอยากมีเพื่อนเล่น น้องพุดเดิ้ลนี่แหละเหมาะที่จะเป็นเพื่อนรู้ใจคนขี้เหงาที่สุด

พูดถึงความน่ารักของน้องไปแล้ว น้องก้มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ น้องมีนิสัยชอบเห่าเสียงแหลมบาดหู อาจสร้างความรำคาญให้แก่ชาวบ้านได้ สาเหตุก็อาจจะมาจากน้องล่อยให้อยู่ตามลำพัง แต่นิสัยที่ชอบเห่าของน้องนี่แหละ ทำให้น้องเหมาะที่จะเป็นหมาเฝ้าบ้าน เวลามีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน น้องจะส่งเสียงเห่าดัง เตือนเจ้าของว่าอาจมีอันตรายเกิดขึ้น และสำหรับคนแปลกหน้าที่น้องยังไม่คุ้นชิ้น ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหาน้องสักหน่อย เพราะน้องเป็นคนยึดติดกับครอบครัวมากๆ

วิธีการเลี้ยงและดูแลพุดเดิ้ล

น้องพุดเดิ้ลเป็นหมาที่ฉลาดและชอบเข้าสังคม คนที่อยากเลี้ยงน้องต้องใส่ใจดูแลน้องทั้งเรื่องคุณภาพของอาหาร และวิธีการดูเลี้ยงเป็นพิเศษ วันนี้ Nongpeats จะมาช่วยชี้แนะวิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้องรวมไปถึงเรื่องสุขภาพ เพื่อให้น้องพุดเดิ้ลเติบโตแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี และได้อยู่กับเราไปนานๆ

วิธีการเลี้ยงดู

น้องพุดเดิ้ลชอบเข้าสังคม และน้องก็ชอบออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เช่น การเดินเล่นในระยะสั้น และที่สำคัญน้องพุดเดิ้ลพันธุ์ขนาดมาตรฐานต้องการออกกำลังกายมากกว่าขนาดเล็ก เช่น การว่ายน้ำ เป็นต้น

น้องพุดเดิ้ลเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ดี น้องมีความสนุกสนาน ฉลาด และง่ายต่อการฝึกให้น้องทำตามคำสั่ง น้องพุดเดิ้ลรักความอิสระ ไม่ชอบอยู่ในบ้านสุนัข ผู้เลี้ยงควรพาน้องเข้าสังคมและพบเจอสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆด้วย

น้องพุดเดิ้ลยังเป็นหมาที่กระโดดได้สูงมากเพราะน้องขายาว ผู้ที่อยากเลี้ยงน้องต้องแน่ใจว่าบ้านมีรั้วที่เหมาะสม ไม่ให้แอบหนีออกจากบ้านไปได้

อาหารของพุดเดิ้ล

น้องพุดเดิ้ลเป็นหมาที่น่าเอ็นดูและเลี้ยงง่าย และผู้ที่อยากเลี้ยงน้องไม่ควรตามใจให้ขนมมากเกินไป เพราะจะทำให้น้องอ้วน อาหารสำเร็จรูปจะเหมาะกับน้องมากกว่า ควรให้อาหารก็ควรให้ตรงตามอายุและสูตร เนื่องจากน้องหมาในแต่ละวัยนั้นมีความต้องการอาหารที่แตกต่างกัน

ปริมาณอาหารที่แนะนำ:

  • พุดเดิ้ลทอย ควรให้อาหารเม็ดปริมาณ 1/4 – 1/2ถ้วยตวง วันละสองมื้อ 
  • พุดเดิ้ล มินิเจอร์ ควรให้อาหารเม็ดปริมาณ 3/4 – 1ถ้วยตวง วันละสองมื้อ 
  • พุดเดิ้ล สแตนดาร์ด ควรให้อาหารเม็ดปริมาณ 1.5 – 3ถ้วยตวง วันละสองมื้อ 

ผู้เลี้ยงควรหมั่นล้างภาชนะใส่อาหารและสถานที่กินให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ ที่พร้อมจะทำร้ายน้องของเราได้

วิธีดูแลรักษาพุดเดิ้ล

การดูแลรักษาความสะอาด

การดูแลรักษาความสะอาดของน้องเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องหู เพราะ น้องพุดเดิ้ล มีใบหูที่ใหญ่ หนา ห้อยปรกลงมา ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นสำรวจดูใบหูบ่อยๆ แล้วใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดให้หมดจด ซึ่งจะดีมากหากจะหยอดน้ำยาเช็ดหูเข้าไปก่อนประมาณ 5 นาทีเพื่อทำให้สิ่งสกปรกอ่อนตัว และง่ายในการเช็ดออกมา แต่ระวังอย่าแหย่สำลีลึกจนเกินไป เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อหูชั้นในได้

การรักษาความสะอาดในช่องปาก ควรแปรงฟันให้น้องอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อเป้นการกำจัดหินปูน และแบคทีเรียในช่องปาก การแปรงฟันให้น้องทุกวันก็จะสามารถป้องกันโรคเหงือก และกลิ่นปากได้ 

การตัดแต่งเล็บ ควรตัดเล็บให้น้องเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและปัญหาอื่นๆที่ตามมา

การดูแลรักษาขนของพุดเดิ้ล

การดูแลขนของน้องพุดเดิ้ลเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะขนของน้องพันกันง่ายจนเกิดความยุ่งเหยิง ควรเล็มขนน้องเกือบทุกวัน และอาบน้ำให้น้องเป็นประจำ

ควรแปรงขนให้น้องอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  แต่ในช่วงผลัดขน ขนของน้องพันธุ์นี้จะไม่ร่วงหล่นลงมาแต่กลับติดอยู่กับขนเส้นอื่นๆทำให้ขนเกิดพันกันเป็นอย่างมาก ควรพาน้องไปตัดขนทุกๆ 4-6 สัปดาห์

สุขภาพของพุดเดิ้ล

เนื่องจากน้องพุดเดิ้ลมี่ดวงตาที่โต ตาจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่พบปัญหาบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่จะมีร่องน้ำตาที่เห็นได้ค่อนข้างชัด ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คราบน้ำตาหรือสิ่งสกปรกไปหมักหมมได้ง่าย ผู้เลี้ยงควรหมั่นคอยเช็ดทำความสะอาดให้ทุกวัน เพราะหากทิ้งไว้นานๆ คราบนั้นจะฝังแน่นเช็ดไม่ออก นอกจากนั้น ยังควรหมั่นตรวจดูดวงตาของน้องพุดเดิ้ล ด้วยว่ามีฝ้าขาวๆ หรือรอยขีดข่วน รอยแผลบ้างหรือไม่

นอกจากนี้น้องยังมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งอาการของ น้องที่มีปัญหา โรคหัวใจ อาการที่แสดงคือน้องจะซึมๆ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีอาการไอแห้งๆ และมักไอเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังเหนื่อยง่าย อ่อนแรง หายใจลำบาก เหงือกซีด เป็นลมหมดสติ 

แต่ผู้เลี้ยงไม่ต้องกังวลมากนัก หากน้องเป็นโรคหัวใจ เพราะน้องยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ผู้เลี้ยงควรเอาใจใส่เรื่องให้ยาน้องเป้นประจำ และไม่ควรพาน้องไปออกกำลังกาย เพราะจะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และไม่ควรให้อาหารที่มีส่วนผสมของเกลือที่มีปริมาณสูง

พุดเดิ้ลกับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

พุดเดิ้ลเรียกได้ว่าเข้ากับเด็กๆได้ดีสุดๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว น้องพุดเดิ้ลเป็นหมาที่ชอบเข้าสังคม น้องพุดเดิ้ลก็ยังสามารถเข้าได้ดีกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ แต่ว่าถ้าหากไม่พาน้องเข้าสังคม น้องก็จะไม่ค่อยคุ้นชินกับคนแปลกหน้า อาจต้องใช่เวลาสักหน่อยในการฝึกน้องให้เข้ากับน้องหมาตัวอื่นๆ 

ได้รู้จักทำความรู้จักกับน้องพุดเดิ้ลไปแล้ว  ถึงน้องจะชอบเห่าจนทำให้ปวดแก้วหูอยู่บ้าง แต่น้องก็เป็นหมาที่ฉลาด เป็นมิตร น่าเอ็นดูและเลี้ยงง่าย แถมยังมีหน้าตาที่น่ารักเหมือนตุ๊กตา ใครคิดที่จะรับน้องมาเลี้ยง ก็ควรดูแลเอาใจใส่น้อง น้องก็จะเป็นเพื่อนที่น่ารักของเราตลอดไป 

Leave a Comment

Show Buttons
Hide Buttons